ทำงานกับหุ่นยนต์อย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

ทำงานกับหุ่นยนต์อย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

หุ่นยนต์ ” กับอุตสาหกรรม 

     ในยุคที่ “หุ่นยนต์อุตสาหกรรม” มีความสามารถมากขึ้น ช่วยให้บริษัททำงานได้มากขึ้นและส่งเสริมความสม่ำเสมอในการทำงาน ในเรื่องของความปลอดภัยของหุ่นยนต์ยังเป็นอีกประเด็นที่น่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อหุ่นยนต์สามารถลดความเสี่ยงบางอย่างที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

       อย่างไรก็ตาม การลงทุนกับเครื่องจักรไฮเทคเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอที่จะเพิ่มความปลอดภัย ผู้จัดการต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างมีจุดมุ่งหมาย และนี่คือ 5 วิธีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงาน

 

  1. ออกแบบพื้นที่ทำงานสำหรับหุ่นยนต์

       ผู้นำของบริษัทที่มีความพร้อมในการซื้อ Robot ต้องคิดล่วงหน้าในการออกแบบพื้นโรงงานเพื่อรองรับหุ่นยนต์ไว้ด้วยเช่นกัน การทำให้คนงานปลอดภัย มาจากการวางแผนในการออกแบบที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสำเร็จให้คุณได้

       ตัวอย่างเช่น การพิจารณาพื้นที่ทำงานของ Robot หมายถึงการเลือกชนิดของหุ่นยนต์ที่เหมาะสมและตำแหน่งที่ติดตั้ง นายจ้างต้องจินตนาการถึงเส้นทางการจราจรในสถานที่ทำงาน และคิดว่าจะต้องรักษาระยะห่างที่จำเป็นระหว่างคนงานและเครื่องจักรได้อย่างไร

 

  1. เครื่องมือป้องกันเพื่อรักษาความปลอดภัย

       การป้องกันเครื่องจักรมีตัวเลือกมากมาย เช่น  laser guides ซึ่งมีฟีเจอร์ที่ล็อกชิ้นส่วนของ Robot ในขณะที่มีคนทำการบำรุงรักษาและอื่น ๆ หากผู้มีอำนาจตัดสินใจของบริษัทพร้อมที่จะนำหุ่นยนต์มาใช้ในการทำงาน พวกเขาควรรู้สึกผูกพันที่จะต้องดูผลิตภัณฑ์และเทคนิคที่ช่วยในการปกป้องเครื่องจักรด้วย

       การบริหารในเรื่องของความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (OSHA) รายงานว่า การขาดการปกป้องเครื่องจักรเป็นหนึ่งในการละเมิดที่อ้างถึงบ่อยที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นการละเมิดดังกล่าวปรากฏใน 4 ครั้งในรายการล่าสุดของบทลงโทษทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดที่ได้รับในปีหนึ่ง ๆ ดังนั้น ความผิดพลาดในเรื่องความปลอดภัยของหุ่นยนต์ในสถานที่ทำงานอย่างเหมาะสม อาจพิสูจน์ได้ว่า อันตรายทั้งสำหรับคนงานและบริษัท

 

  1. ใช้ Cobot แทนหุ่นยนต์อุตสาหกรรม

       ความพร้อมใช้งานของ “โคบอท” ช่วยเปิดโอกาสในการปรับใช้หุ่นยนต์ในที่ทำงาน แต่ก็ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการนำไปใช้งาน

       ข้อมูลทางเทคนิคได้กล่าวถึงกำลังและความเร็วสูงสุดในการใช้โคบอทอย่างปลอดภัย ผู้จัดการต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้งานว่าเหมาะกับโคบอทหรือหุ่นยนต์อุตสาหกรรมประเภทอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่คู่ที่เข้ากันได้ดีก็ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้พนักงานปลอดภัยขณะกำลังทำงาน

       ข้อดีอย่างหนึ่งของโคบอทคือขนาดกะทัดรัด ผู้ใช้สามารถย้ายโคบอทไปยังส่วนอื่นๆ ของโรงงานและตั้งค่าให้ทำงานใหม่ได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที อย่างไรก็ตามผู้จัดการต้องทำการประเมินความปลอดภัยใหม่สำหรับงานใหม่แต่ละงานที่จัดการโดยหุ่นยนต์ และนอกจากนี้ พวกเขาจำเป็นต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการที่คนย้ายโคบอทไปยังส่วนต่างๆ ของพื้นที่ทำงานอีกด้วย

       TM ROBOT โคบอทจากแบรนด์ไต้หวันซึ่งมั่นใจได้ในเรื่องของความปลอดภัยกับพนักงานหรือบุคลากรที่ทำงานร่วมกันกับ TM Robot โดย Cobot เหล่านี้จะหยุดทันเมื่อได้เคลื่อนไหวชนกับวัตถุเพื่อป้องกันการได้รับบาดเจ็บของมนุษย์และความเสียหายของเครื่องจักร

       นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย เช่น ระบบการมองเห็นในตัว (built-in vision system) ที่สามารถทำงานร่วมกับทั้งตัว Hardware และ software ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเปรียบเทียบกับหุ่นยนต์ทั่วไป ที่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมทำให้เสียเวลา และมีต้นทุนที่สูงขึ้น และซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่าย  ด้วย flow-based software  ที่ใช้เพียงการคลิกและลาก ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมให้ยุ่งยาก ซับซ้อน ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

หุ่นยนต์ - tm robot

 

  1. ปรับปรุงการมองเห็นเส้นทางของหุ่นยนต์เคลื่อนที่

       หลายบริษัทซื้อ mobile robots เพื่อให้สามารถเคลื่อนที่ไปรอบๆ พื้นที่โรงงาน ช่วยในการนำส่วนประกอบหรือผลิตภัณฑ์ไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ โดยทั่วไปแล้ว เครื่องเหล่านี้จะมีเซนเซอร์สัญญาณเลี้ยวและคุณสมบัติอื่นๆ ในตัว เพื่อปรับปรุงความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม บุคลากรของบริษัทควรตั้งค่าทุกสิ่งที่สามารถทำได้ เพื่อให้ผู้คนปลอดภัย

       ตามสถิติรายงานว่า คนงาน 51,550 คนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในแต่ละปี ขณะทำงานในคลังสินค้าอาจมีหลายสาเหตุมีแตกต่างกันไป แต่ปัญหาหลายอย่างมักเกิดจากการที่พนักงานอยู่ผิดที่ผิดเวลา

       Safety paint จึงเป็นวิธีที่ประหยัดต้นทุนและมีประสิทธิภาพสูงในการกำหนดเส้นทางของ mobile robots เพื่อลดโอกาสที่คนงานจะเดินเข้าไปในนั้น โรงงานควรใช้ระบบที่ใช้สีเพื่อเตือนอันตรายบางอย่าง

 

  1. ฝึกอบรมพนักงานอย่างละเอียดและสม่ำเสมอ

       ใครก็ตามที่มีความเป็นไปได้ในการทำงานร่วมกับหุ่นยนต์จะต้องได้รับการฝึกอบรม และสามารถจัดการกับความเสี่ยงที่เป็นไปได้มากที่สุดและวิธีการลดความเสี่ยง การฝึกอบรมพนักงานในบริษัทยังต้องศึกษา Robot โดยละเอียดเพื่อช่วยให้พนักงานปรับปรุงวัสดุเมื่อเครื่องจักรมีความก้าวหน้ามากขึ้นหรือวิธีการของบริษัทที่เปลี่ยนแปลงไป

       พนักงานควรได้รับการดูแลจนกว่าพวกเขาจะรู้สึกสบายใจในการทำงานกับเครื่องจักร ซึ่งการมีช่องทางในการตอบคำถามหรือรายงานข้อกังวลก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในเรื่องความปลอดภัยเช่นกัน

       จากข้อมูลระบุว่า ความผิดพลาดของมนุษย์เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับ “หุ่นยนต์” ในที่ทำงาน ดังนั้น หาก บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมอย่างจริงจังตั้งแต่เริ่มต้น รวมถึงมองว่าเป็นกระบวนการต่อเนื่อง สิ่งนี้จะช่วยให้พนักงานและนายจ้างได้รับประโยชน์จากเครื่องจักรเหล่านี้ โดยมีความปลอดภัยรวมอยู่ด้วย

เรียบเรียงข้อมูลจาก : https://www.roboticstomorrow.com

Leave a Reply

Close Menu